กระติกใส่ข้าวไทเกอร์ Tiger LWU-B นี้เป็นแบรนด์ของ Tiger ซึ่งเป็นแบรนด์ของทางญี่ปุ่น ที่ญี่ปุ่นเขาจะใช้กล่องข้าวทรงแบบนี้กันแหละ ผมเคยเห็นเพื่อนชาวญี่ปุ่น เขาพกกระติกใส่ข้าวแบบนี้มาโรงเรียน แล้วตอนกินก็กินกับกระติกนี้แหละ
ต่อไปนี้ผมขอเรียกกระติกแล้วกันนะครับ สำหรับกระติกนี้เป็นกระติกอาหารสุญญากาศ รุ่นขนาด 1.7 ลิตร สีเงิน วัสดุที่ใช้ทำจากสเตนเลสเกรด 304 ชั้นดี ซึ่งเป็นเกรดที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ด้านในเคลือบแบบ Super Clean ที่ออกแบบโดยเฉพาะจากไทเกอร์ ด้านนอกเป็น Stainless Stell เคลือบด้วย Acrylic resin Coating ทำให้ผิวสัมผัส ดูหรูหรา จับแล้วไม่สากมือ สามารถเก็บความร้อนในอุณหภูมิสูงถึง 69°C ได้ยาวนานถึง 6 ชม. ขนาด 15.0×14.7×21.4 เซนติเมตร,น้ำหนัก 0.9 กิโลกรัม ถึงแม้กระติกจะดีเพียงใดห้ามนำอาหารใส่ที่ตัวกระติกสุญญากาศโดยตรงนะครับ
ส่วนพลาสติกของกล่องข้าวด้านในใช้ชนิด PP (Polypropylene) ที่ผ่านการรับรองว่าปลอดภัย และถูกสุขอนามัย เหมาะสำหรับการใช้ใส่อาหารและเครื่องดื่ม ฉะนั้นไม่ต้องกลัวหรือกังวลว่า พลาสติกเกิดการคายสารพิษมายังอาหาร
ภายในประกอบด้วยภาชนะบรรจุอาหาร 3 ชั้น
- สำหรับบรรจุอาหารที่มีความร้อน ซุป แกง จะมีฝาเฉพาะที่ช่วยให้แกงไม่หก เหมาะสำหรับอาหารที่ต้องการเก็บความร้อน โดยจะอยู่ชั้นล่างสุด สำหรับในกรณีที่ไม่ได้ใส่อาหารร้อน ๆ ข้อแนะนำเพิ่มเติมคือให้ใส่น้ำร้อนเข้าไปในกล่องนี้ เพื่อทำให้กระติกสุญญากาศ มีประสิทธิภาพการเก็บความร้อนได้ดียิ่งขึ้น ขนาดกล่องนี้มีความจุ 0.27 ลิตร ทนความร้อนได้ระหว่าง -20C ถึง 140 C
- สำหรับใส่ข้าว โดยจะอยู่ชั้นกลาง ชั้นนี้ก็ยังเก็บความร้อนได้อยู่ กล่องข้าวมีขนาดความจุ 0.61 ลิตร ทนความร้อนได้ระหว่าง -20C ถึง 90 C
- สำหรับใส่อาหารทั่วไป จะเป็นไข่ หรือผัก โดยเป็นอาหารที่ไม่ได้เน้นในการเก็บความร้อนมากนัก ทนความร้อนได้ระหว่าง -20C ถึง 70C ชิ้นนี้จึงไม่ควรใส่ของร้อนมาก ๆ ไม่ต้องวอร์ม และหลีกเลี่ยงการอุ่นด้วยไมโครเวฟ
ถือเป็นความใส่ใจในการออกแบบ เพราะอาหารไม่ได้ต้องการความร้อนเหมือนกันหมด การใส่ผักเข้าไปในชั้นสุดท้ายจะช่วยให้ถนอมความสดของผักได้ โดยไม่โดนความร้อนมากเกินไปนัก
จะเห็นว่าฝาปิดบนสุดนั้นกับกล่องใส่อาหารชั้นบนปิดได้พอดี โดยจะมีที่ Lock ด้านข้าง เพื่อน ๆ อาจจะงงว่ามันเป็นสุญญากาศยังไง มันเป็นเพรากล่องบนสุดนี้แหละครับ ดันให้ 2 กล่องล่างอยู่ในสภาวะสุญญากาศ
กระติก Tiger มาพร้อมกับตะเกียบ และกล่องใส่ตะเกียบ เนื่องจากเป็นดีไซน์ญี่ปุ่นจึงเป็นตะเกียบครับ ไม่ได้เป็นช้อน แต่ตะเกียบก็ไม่ธรรมดา เพราะปลายตะเกียบออกแบบให้มีพื้นผิวขรุขระสำหรับยึดจับอาหาร ซึ่งปกติตะเกียบจะเรียบทั้งอันคีบได้ยากมา แต่อันนี้คีบง่ายครับ ตะเกียบสามารถทนความร้อนได้ถึง 80 C
แต่จะให้ถือกระติกไปแบบนี้หรอ ? ถือแบบนี้คงไม่ได้ช่วยให้ชีวิตดีขึ้น กลายเป็นภาระแน่นอน
ฉะนั้นเขามีหูหิ้วให้ครับโดยสามารถนำหูหิ้วประกอบด้านข้างของกระติกได้ ซึ่งแข็งแรงแน่นหนามาก ออกแบบที่คล้องมาแบบใส่ได้ง่าย ๆ แต่ก็แข็งแรง
น้ำหนักของกระติกคือเกือบกิโล ฉะนั้นระบบ lock แบบนี้ไม่หลุดแน่นอน
สำหรับตะเกีบบเขาก็ออกแบบซองให้ใส่และคล้องกับกระติกข้าวด้วย
ด้านบนรัดกับสายคล้องโดยมี เป๊กติดอย่างแน่นหนา
สายด้านล่างคล้องกับกระติก โดยตรงนี้จะมีด้านเดียวนะครับ อีกฝั่งจะไม่มีที่คล้อง
ด้านล่างเป็นแบบตีนตุ๊กแก หรือเรียกว่าสามัญว่า Zipzap แน่นแบบนี้ไม่หลุดแน่นอน และไม่ได้เกะกะด้วย
พร้อมแล้วครับจะสะพายข้าง จะสะพายกลาง หรือสะพายพาดบ่าก็ได้ทั้งนั้น เท่ห์ไหมครับ ?
แต่สำหรับเพื่อน ๆ ที่อาจจะอายว่าถือกล่องข้าวมา กระติก Tiger มีกระเป๋ามาให้ด้วย เพียงถอดสายคล้องด้านข้างออก แล้วนำกระติกใส่ในกระเป๋า
สลับสายมาคล้องที่กระเป๋าแทน สำหรับจุดตรงนี้จะใช้วิธีการคล้องห่วงเหมือนกระเป๋าทั่วไป
สำหรับสายนั้นสามารถปรับตามความสูงของตัวเราได้เด็ก ๆ ใช้ก็อาจจะปรับให้สั้นหน่อย
เห็นไหมครับใส่กระเป๋าแล้วดูเท่ห์ทีเดียว กระเป๋าคล้าย ๆ กับกระเป๋าของนักปั่นจักรยาน ด้านหน้าเป็นสีเงินด้าน ๆ
กระติกใส่อาหารนี้ ทำให้เราประหยัดภาชนะสิ้นเปลืองเวลาไปร้านอาหารเราก็เอากระติกไปใส่ ไม่ว่าจะเป็นแกงแบบน้ำ อาหารทอด อาหารมัน ข้าว เราก็สามารถบริหารจัดการใส่อาหารลงไปในกระติกได้ โดยไม่ต้องกลัวกลิ่นหรือจะหกเลอะเทอะ ช่วยโลกร้อนได้อีก หรือถ้าเราทำอาหารกินเองก็สามารถพกไปที่ทำงานได้ประหยัดเงินไปอีก
ซึ่งวันนี้ผมจะมาอวดฝีมือให้ทุกคนได้ชมกัย และจะลองนำไปใส่ในกระติกสุญญากาศ แล้วนำ ไปกินที่ทำงาน เมนูวันนี้คือ
“หมูผัดกิมจิ”
ส่วนผสมของเมนูนี้ ผมใช้วิธีกะนะ บอกไม่ได้ว่าเท่าไหร่ อันที่ใส่ถ้วยเพื่อความสวยงาม แต่ทำจริง ๆ ก็คือ กะไปชิมไป
- กิมจิ
- หมู3ชั้น
- ซอสพริกศรีราชา ( ซอสพริกเกาหลีแพงเอาซอสนี้แทนได้นะครับ)
- เกลือ
- พริกไทย
- น้ำตาล
- พริกป่น อันนี้ต้องมีเพราะจะต้องเพิ่มความเผ็ดให้เท่ากับพริกเกาหลี
- น้ำมันพืช ใส่นิดหน่อยเพราะกระทะเป็น non-stick
- น้ำมันงา ไม่มีก็ไม่ต้องใส่ก็ได้
- ซีอิ้ว ซอส น้ำปลา อันนี้แล้วแต่จะชอบเลย
ขั้นตอนการทำมีดังนี้
1. ใส่น้ำมันเล็กน้อย แต่ถ้าไม่ใช่ non-stick อาจจะใส่ลงไปมาก ๆ ก็ได้
2. ใส่หอมหัวใหญ่ ที่ผมใส่ไปก่อนเพราะอยากได้น้ำมันของหอมหัวใหญ่ จะได้หอม ๆ
3. ใส่หมูลงไป ถ้าหมู 3 ชั้นจะมีน้ำมันออกมาด้วย เมนูนี้จึงไม่ใช่เมนูรักษาสุขภาพอะไรนะครับ
หมูไม่ต้องหมักก็ได้นะครับ เพราะเมนูนี้มันมีความเค็มของกิมจิ และเครื่องปรุงอยู่แล้ว แต่หมูอันนี้หมักมาก่อน เป็นร้านของน้องชายผมเอง เห็นไหมประหยัดมาก อยากรู้ร้านอะไรไปดูในเพจเองครับ
4. ใส่กิมจิพร้อมกับน้ำกิมจิลงไป กิมจิที่ผมซื้อก็ถุงละ 20กว่าบาทเท่านั้น บอกแล้วเมนูนี้ประหยัด ๆ
5. ใส่ซอสพริกศรีราชาลงไป ซอสศรีราชาจะมีความเปรี้ยวและเผ็ดแหลมหน่อย ซึ่งถ้าใครมีงบหน่อยจะกระเถิบไป โคชูจังก็ได้ แต่สารภาพตามตรงคือหมด หาห้างแถวบ้านไม่เจอ เอาศรีราชานี่แหละครับอร่อยเหมือนกัน ถ้าศรีราชาหมด อนุญาติให้เอาซอสพริกอื่น ๆ ก็ได้
6. ใส่ต้นหอมหั่นลงไป อันนี้หอมไทย เด็ดจากสวนหลังบ้าน แต่ถ้ามีงบหน่อย แนะนำเป็นหอมญี่ปุ่นก็จะต้นใหญ่แลดูพรีเมียมขึ้นมาหน่อย
7. เนื่องจากใช้ซอสศรีราชาแบบเผ็ดกลางมันเลยเผ็ดไม่พอ ใส่อีกครับ พริกป่น ใส่ไปถ้วยนึงเลยถ้าใครชอบผัดกิมจิแบบเผ็ด ๆ พริกนี่ก็ เอามาจากพริกซองของอาหารซื้อกลับบ้านเอามารวม ๆ กัน เห็นไหมประหยัดมาก
8. ใส่น้ำมันงาลงไป ให้กลิ่นงามันออก แต่ถ้ามีงา ขาวก็ใส่ลงไปด้วยก็ได้ครับ แต่พอดีผมไม่มี เอาน้ำมันไปก่อนละกันเนอะ
9. ใส่ซอส XX ลงไป สำหรับคนที่ไม่ทราบว่าซอส XX คืออะไร จะบอกให้ว่ามันเป็นสูตรลับของแต่ละร้านครับ สำหรับผมคือ เอาซอสต่าง ๆ กับน้ำปลามาผสมกัน อย่างที่บอกคือ ถ้าไม่ชำนาญให้ปรุงไปชิมไป ปรับรสเรื่อย ๆ ใส่ทีละนิด แต่อันนี้ผมกะมาแล้ว ใส่ทั้ง ซีอิ้วดำ น้ำปลา และซอสแมกกี้ โดยคิดว่า มันต้องอร่อยสักรสแหละ
10. ใส่น้ำตาลลงไปเล็กน้อย จริง ๆ ชิมแล้วมันหวานครับ หัวหอมมันขับน้ำออกมา บวกกับหมูหมัก ก็เลยทำท่าว่าจะใส่ แต่ไมาได้ใส่ แต่เดี๋ยวสงสัยกันว่าเตรียมมาทำไมก็เลยเอามาถ่ายรูปหน่อยนึง
11. พริกไทย ผมจะใช้พริกไทยแบบเม็ดมาบด ๆ โรยในอาหาร เพื่อให้มันหอม ๆ
12. แน่นอนครับงานเหกลือต้องมา ใส่นิดนึง เป็นการเอาฤกษ์เอาชัยขับไล่ สิ่งชั่วร้ายคือความไม่อร่อยของอาหารออกไป
เสร็จแล้วครับน่ากินไหมครับเมนูนี้กินได้ 2 มื้อ สำหรับมื้อเช้ากินที่บ้านก็ตักใส่จานแบบนี้เอาไว้กิน
ส่วนที่เหลือคือตักเอาไปกินที่ทำงาน ซึ่งใส่กับกล่องอาหารชั้นแรก ดูเหมือนกล่องจะเล็ก แต่ไม่เล็กนะครับ ใส่ได้เยอะเลย
ชั้นที่เป็นกล่องข้าวก็จะใหญ่หน่อยใส่ได่เยอะ เท่ากับข้าว 2 จานใหญ่ ๆ
รอแป๊ปนะครับต้มน้ำก่อนที่เห็นผมต้มน้ำแบบนี้ผมจะต้มไข่ครับ เพราะตอนกลางวัน กินหมูผัดกิมจิไม่พอแน่ ๆ ต้องมีไข่ต้มสักฟอง ต้มน้ำให้เดือด ๆ เลยนะครับ แล้วอย่าเพิ่งใส่ไข่ลงไปละ
เปิดกระติกเลยครับแล้วเทน้ำลงไปพอประมาณ จากนั้นให้ปิดฝา โดยขั้นตอนนี้ให้ทำราว 2 นาที จะเป็นการทำให้ตัวกระติกสามารถเก็บความร้อนได้ดี และทำให้กล่องข้าวเก็บอุณหภูมิ ได้ยาวนานยิ่งขึ้น
ย้ำว่าตอนปิดฝายังไม่ต้องใส่กล่องอาหารอื่น ๆ ลงไปนะครับ
จากนั้นเราก็มาต้มไข่กันต่อ สูตรของผมคือถ้าต้องการไข่สุกมากตัม 8 นาที อยากได้ยางมะตูมแข็งหน่อยก็ 7 ยางมะตูมนิ้ม ๆ ก็ 6 นาที ในน้ำเดือด ๆ
ระหว่างรอก็เทน้ำร้อนที่เราใส่ในกระติกทิ้ง ความจริงแล้วรอมากกว่า 2 นาทีก็ไม่มีปัญหาอะไรนะครับ
ใสไข่ลงไปในกล่องใส่อาหารที่จะอยู่ชั้นบนสุด โดยกล่องบนสุดจะเป็นฝาแบบฝาดูดติดกับขอบกล่อง
แบบนี้สามารถใส่ไข่ได้ 3 ฟองเลยนะครับ สำหรับกล่องด้านบนสุดนี้ควรใส่เป็นอาหารที่ไม่ร้อน หรือไม่ได้ต้องการว่ามันจะต้องอุ่นใส่ ผักใส่ขนมลงไปได้ทั้งนั้น
จากนั้นก็ปิดฝากล่องใส่อาหารทั้ง 3 ชิ้นให้แน่น แล้วใส่กล่องตามลำดับ เริ่มจากกล่องกิมจิก่อน
สำหรับ Gasket Valve หรือถ้าเรียกแบบไทย ๆ คือ ฝาปะเก็น ของกล่อง ซุปหลายคนสงสัยว่ามีไว้ทำไม ผมก็สงสัยครับ ก็เลยไปถามทางเจ้าหน้าที่ Support ได้ความมาว่า หากเราใส่อาหารจนล้นหรือเกิดอาการไม่สามารถเปิดฝากล่องอาหารได้ ให้กด ตรงนี้ลงไป เพื่อให้อากาศเข้าไป ทำให้เปิดฝาได้ง่ายยิ่งขึ้น
ตามด้วยกล่องข้าวเป็นอันดับที่ 2
และกล่องใส่ไข่ต้ม เป็นอันดับสุดท้าย
ปิดฝา และ Lock ให้เรียบร้อย
สำหรับคนที่ขี้ลืมก็ไม่ต้องห่วงนะครับเพราะถ้าใส่สลับกันมันจะใส่ไม่ได้ ใส่ไม่ครบ เช่นจะเอาไข่ใส่ก่อน มันก็จะไม่ยอมให้ใส่ เพราะขนาดไม่ได้ หรือจะใส่ข้าวไปก่อนก็จะไม่สามารถใส่กับข้าวลงไปได้ นี่คือความพิถีพิถันในการออกแบบของชาวญี่ปุ่นเขาละ คิดเยอะทุกสิ่งอย่าง
เอาละครับมาถึงที่ทำงานแล้ว ปกติตอนเช้าถึงมื้อเที่ยงก็จะใช้เวลาราว ๆ 4-6 ชั่วโมงได้ ซึ่งตามคุณสมบัติของ กระติกนี้สามารถเก็บความร้อนในอุณหภูมิสูงถึง 69°C ได้ยาวนานถึง 6 ชม. ชะนั้นเปิดออกมากิมจิยังจะร้อน ๆ อุ่ม ๆ อยู่เลยครับ ส่วนข้าวก็ยังอุ่นอยู่เช่นกัน
แต่ถ้าใครอยากจะร้อนกว่านี้ ก็สามารถนำไปเข้าไมโครเวฟได้ ยกเว้น ฝาปิดไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟนะครับ เวลาเวฟต้องเปิดฝาไว้นะครับ และห้ามนำอาหารที่มีความมันหรืออาหารประเภทเชื่อมที่บรรจุใส่ ภาชนะบรรจุอาหาร เข้าไมโครเวฟนานเกินไป สำหรับกิมจินี้มันกลาง ๆซึ่งถ้าอุ่นก็ต้องแว๊บเดียวครับ
ห้ามใช้ โหมดเมนู อบ/ย่าง บนไมโ ครเวฟ กับ ภาชนะบรรจุอาหาร
ถ้าหากมีการใช้โหมดเมนู อบ/ย่าง บนไมโครเวฟก่อนหน้านี้ ควรรอให้ไมโครเวฟเย็นลงก่อน
ได้เวลามื้อเที่ยงแล้ว ข้อดีของกกล่องข้าวแบบนี้คือ เราสามารถใช้พื้นที่การวางได้ยืดหยุ่นมาก ต่อให้โต๊ะเล็ก ๆ กินข้าวไปทำงานไป (พักเที่ยงแอบดูยูทูปไปด้วยกินไปด้วย ) ก็สามารถทำได้
อาหารที่อุ่นอยู่เสมอพอไปเวฟ ก็ใช้เวลา 15 วินาทีก็ได้อาหาร้อน ๆ กลับมาแล้ว ข้อดีของการเวฟสั้น ๆ คืออาหารจะยังไม่เสียรส ซึ่งถ้าปล่อยให้อาการเย็นมาก ๆ ตอนไปเวฟบางทีอาหารเสียรสแล้วทำให้น้ำในอาหารหายไปอีกด้วย แต่ใช้ กระติกใส่ข้าวไทเกอร์ หายห่วงเรื่องรสของอาหารครับ
หลังจากกินเสร็จแล้ว ถ้าที่ทำงานไม่มีที่ล้างก็ยังสามารถเก็บไปล้างที่บ้านได้ครับ แต่ถ้าให้ดีล้างน้ำเปล่าก่อนก็ได้ แล้วค่อยไปล้างใหญ่อีกทีนึง ล้างทำความสะอาดโดยฟองน้ำ ทั้งด้านในและด้านนอก และ ผึ่งให้แห้งหรือเช็ดให้แห้งทันที ขั้นตอนนี้สำคัญนะครับ ถ้าไม่แห้งแล้วอาจจะเกิดเชื้อราได้
ส่วนสำคัญในการทำความสะอาดกล่องข้าวคือชิ้นของที่ใส่แกงหรือซุป จะมียางซิลิโคนโดยรอบฝา ตรงนี้ควรทำความสะอาดแล้วเช็ดให้แห้งหรือผึ่งให้แห้ง เพื่อยืดอายุการใช้งานของกล่อง ซึ่งถ้าใช้นาน ๆ ไปยางเสื่อมก็สามารถซื้อเฉพาะกล่องนี้เปลี่ยนได้ครับ
Gasket Valve สามารถดึงออมาล้างได้แต่ไม่ควรดึงมาบ่อยนะครับ เพราะว่ามันค่อนข้างใส่ยาก และก็เข้าออกบ่อย ๆ ก็จะเสียได้ แนะนำคือถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ไม่ต้องดึงออกมาครับ แค่พลิกออกมาทำความสะอาดก็พอ
ส่วน ด้านในของตัวกระติกอาหารสุญญากาศ ใช้กระบวนการเคลือบแบบ Super Clean เอกสิทธิ์เฉพาะของ Tiger ซึ่งจะเคลือบอยู่ด้านในทำให้คราบสกปรกนั้นไม่เกาะติดกับพื้นผิว ทำความสะอาดง่าย ป้องกันกลิ่นตกค้างของอาหารต่าง ๆ ถ้าไม่ได้เลอะอะไรก็ใช้ฟองหมาด ๆ เช็ด ก็เพียงพอแล้ว
สินค้ารับประกัน 1 ปีมีใบรับประกันพร้อม อย่าลืมเขียนแล้วส่งกลับไปที่ บริษัทด้วยละครับ
🛢กระติกอาหารสุญญากาศ จาก 🐯Tiger รุ่น LWU-B
✅ ความจุ 1.7 ลิตร✅
✅ สามารถเก็บความร้อนในอุณหภูมิสูงถึง 69°C ได้ยาวนานถึง 6 ชม.✅
✅ ขนาด 15.0×14.7×21.4 เซนติเมตร✅
✅ น้ำหนัก 0.9 กิโลกรัม ✅
✅ วัสดุที่ใช้ทำจากสเตนเลสเกรด 304 ชั้นดี ซึ่งเป็นเกรดที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ✅
✅ เคลือบแบบ Super Clean ที่ออกแบบโดยเฉพาะจากไทเกอร์ ✅
✅ พลาสติกของกล่องข้าวด้านในใช้ชนิด PP (Polypropylene) ที่ผ่านการรับรองว่าปลอดภัย และถูกสุขอนามัย ✅
✅ ตะเกียบ ที่ออกแบบให้ส่วนปลายหยิบจับอาหารได้ง่าย และกระเป๋าสไตล์ญี่ปุ่นไม่กินพื้นที่✅
✅ นำเข้าไมโครเวฟได้ ยกเว้น ฝาปิด✅
✅ สามารถถอดแยกชิ้นส่วน เพื่อทำความสะอาดได้ทั่วถึง✅
เห็นแล้วอยากเป็นเจ้าของกันไหม ฟังชั่นดี ๆ แบบนี้ไม่ต้องบินไปซื้อที่ญี่ปุ่นนะครับ เพราะเดี๋ยวนี้มี TIGER THAILAND สนนราคาเต็มสำหรับ กระติกใส่ข้าวไทเกอร์ รุ่น LWU-B ขนาด 1.7 ลิตร สี Silver อยู่ที่ 3,900 บาท นอกจากกล่องข้าวแบบนี้ยังมีอุปกรณ์ใส่อาหารและเครื่องดื่มอื่น ๆ อีก สามารถเข้าไปชมสินค้าได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/TGTHAILAND/
Website : https://tiger-th.com/tha/home